ที่นอนสำหรับผู้ป่วยติดเตียง เลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับการดูแลที่บ้าน?

ที่นอนสำหรับผู้ป่วยติดเตียง

          การดูแลผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่ต้องนอนพักฟื้นเป็นเวลานาน ที่นอนสำหรับผู้ป่วยติดเตียง คือหัวใจสำคัญ เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องใช้เวลาบนเตียงนานกว่า 18-24 ชั่วโมงต่อวัน หากเลือกที่นอนผิดประเภท อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงอย่าง แผลกดทับ (Pressure Ulcer) บริเวณสะโพก หลัง หรือส้นเท้า ซึ่งสร้างความเจ็บปวด รักษายาก และอาจเป็นสาเหตุที่นำไปสู่การเสียชีวิต

          บทความนี้จะช่วยคุณเจาะลึกวิธีเลือกที่นอนที่เหมาะสมที่สุด เพื่อลดความเสี่ยง เพิ่มความสบายให้ผู้ป่วย และช่วยแบ่งเบาภาระผู้ดูแล

สารบัญเนื้อหา

ทำไมผู้ป่วยติดเตียงจึงเสี่ยงเกิดแผลกดทับ?

          แผลกดทับ (Pressure Ulcer) เกิดจากการที่ร่างกายถูกกดทับเป็นเวลานาน ทำให้การไหลเวียนของเลือดบริเวณผิวหนังลดลง ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นขาดออกซิเจนและเกิดแผลในที่สุด ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และ ผู้ป่วยอัมพฤกษ์หรืออัมพาต

          จุดที่มักเกิดแผลกดทับบ่อยในผู้ป่วยติดเตียง ได้แก่

  • สะโพก เพราะ เป็นจุดที่รับน้ำหนักของร่างกายมากที่สุดเมื่อผู้ป่วยนอนหงายหรือเอนตัวด้านข้าง กระดูกสะโพกอยู่ใกล้ผิวหนัง ทำให้แรงกดทับเกิดขึ้นได้ง่าย
  • หลังส่วนล่าง (กระเบนเหน็บ) เพราะ เป็นจุดที่รับน้ำหนักของลำตัวโดยตรงในท่านอนหงาย อีกทั้งมีเนื้อเยื่อรองรับไม่มาก
  • ส้นเท้า เพราะ เป็นส่วนที่มีชั้นไขมันรองรับค่อนข้างน้อย และกระดูกอยู่ใกล้ผิวหนัง เมื่อผู้ป่วยนอนเหยียดขาเป็นเวลานาน ส้นเท้าจะถูกกดทับกับที่นอนตลอดเวลา
  • ข้อศอก เพราะ เป็นจุดที่มีผิวหนังบาง และมีแรงกดทับเมื่อผู้ป่วยนอนตะแคงหรือใช้ข้อศอกพยุงตัว
  • ไหล่ เพราะ เมื่อผู้ป่วยนอนตะแคง น้ำหนักของลำตัวส่วนบนจะถูกถ่ายลงมาที่บริเวณไหล่

จุดที่เกิดแผลกดทับบ่อย มักเป็นบริเวณที่ กระดูกอยู่ใกล้ผิวหนัง รับน้ำหนักของร่างกายโดยตรง และมีเนื้อเยื่อรองรับน้อย

บริเวณที่เกิดแผลกดทับในท่านอน

อ่านบทความ รักษาแผลกดทับต้องใช้เงินเท่าไหร่?

6 Checklist ก่อนซื้อที่นอนสำหรับผู้ป่วยติดเตียง

ก่อนตัดสินใจเลือก ที่นอนสำหรับผู้ป่วยติดเตียง ควรประเมินสภาพร่างกายของผู้ป่วยและลักษณะการใช้งานอย่างรอบคอบ

  1. ผู้ป่วยสามารถพลิกตัวเองได้หรือไม่

    ผู้ป่วยไม่สามารถพลิกตัวเองได้ ควรใช้ที่นอนลม หรือ ที่นอนโฟมเกรดการแพทย์ (Medical Grade) ที่สามารถป้องกันได้ในระดับ High Risk

  2. ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อแผลกดทับหรือไม่

    ผู้ป่วยบางกลุ่มมีความเสี่ยงต่อแผลกดทับมากกว่าปกติ เช่น ผู้ป่วยติดเตียงเป็นเวลานาน ผู้สูงอายุที่ผิวหนังบาง ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยอัมพฤกษ์หรืออัมพาต หากผู้ป่วยอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรเลือก ที่นอนกันแผลกดทับที่ช่วยกระจายน้ำหนักได้ดี เช่น ที่นอนลมแบบลอน หรือ ที่นอนโฟมป้องกันแผลกดทับระดับ High Risk

  3. น้ำหนักตัวของผู้ป่วย

    ที่นอนสำหรับผู้ป่วยติดเตียงควรรองรับน้ำหนักได้เพียงพอ หากที่นอนรับน้ำหนักไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดการยุบตัวและเพิ่มแรงกดทับ ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักมากควรเลือกที่นอนที่รองรับน้ำหนักได้สูง และมีโครงสร้างแข็งแรง

  4. วัสดุของที่นอนและการระบายอากาศ

    ที่นอนที่ดีควรมีคุณสมบัติ ระบายอากาศได้ดี ลดการสะสมของความชื้น ช่วยลดการอับชื้นของผิวหนัง สิ่งเหล่านี้ช่วยลดโอกาสเกิดแผลกดทับ และการระคายเคืองของผิวหนัง

  5. ปลอกที่นอนและการทำความสะอาด

    ผู้ป่วยติดเตียงมักต้องการการดูแลด้านสุขอนามัยเป็นพิเศษ ดังนั้นควรเลือกที่นอนที่มี ปลอกกันน้ำ ทำความสะอาดง่าย การดูแลความสะอาดของที่นอนจะช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรีย

  6. ความหนาและโครงสร้างของที่นอน

    โดยทั่วไปที่นอนที่ดีควรมีความหนาประมาณ 8–15 เซนติเมตร หรือมากกว่านั้นสำหรับผู้ป่วยที่ต้องนอนเป็นเวลานาน ที่นอนที่หนาและมีโครงสร้างที่ดีจะช่วย รองรับสรีระของผู้ป่วย ลดแรงกดทับบริเวณกระดูก

ระดับของแผลกดทับ Pressure ulcer Staging

แผลกดทับ 4 ระดับ

ที่นอนสำหรับผู้ป่วยติดเตียง คืออะไร มีกี่ประเภท?

ที่นอนสำหรับผู้ป่วยติดเตียง คือที่นอนที่ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ป่วยที่ต้องนอนพักเป็นเวลานาน โดยมีคุณสมบัติสำคัญคือ ช่วยกระจายน้ำหนักของร่างกาย และลดแรงกดทับบริเวณจุดเสี่ยง แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้

ที่นอนโฟมป้องกันแผลกดทับ

1. ที่นอนโฟมป้องกันแผลกดทับ (Medical Grade Foam)

เป็นนวัตกรรมที่นิยมมากในโรงพยาบาลชั้นนำ เพราะเน้นความสบายและประสิทธิภาพที่คงที่

ข้อดี: กระจายน้ำหนักได้ดี ไม่ต้องเสียบปลั๊ก ไม่มีเสียงรบกวน ทำให้ผู้ป่วยนอนสบายกว่าที่นอนอื่นๆ ดูแลรักษาง่าย และมีอายุการใช้งานยาวนาน

ข้อเสีย: ราคาเริ่มต้นอาจสูงกว่าที่นอนลม และมีบางแบรนด์เท่านั้นที่สามารถป้องกันแผลกดทับระดับสูงได้

ที่นอนลมป้องกันแผลกดทับ

2. ที่นอนลมแบบลอน (Alternating Bubble Mattress)

เน้นการเปลี่ยนจุดกดทับด้วยระบบลมสลับพอง-ยุบ

ข้อดี: ช่วยลดแรงกดทับได้ดีมากสำหรับแผลระดับรุนแรง หากรั่วสามารถเปลี่ยนเฉพาะลอนได้

ข้อเสีย: ปั๊มลมต้องทำงานตลอด 24 ชม. มีค่าไฟ และเสียงรบกวน ต้องปรับแรงดันลมให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเอง รวมถึงตัวที่นอนทำความสะอาดยากกว่า และรับน้ำหนักได้น้อย

ที่นอนลมแบบรังผึ้งป้องกันแผลกดทับ

3. ที่นอนลมแบบรังผึ้ง (Bubble Pad)

ที่นอนรุ่นเริ่มต้นที่เน้นความประหยัด

ข้อดี: ราคาถูก น้ำหนักเบา

ข้อเสีย: ประสิทธิภาพต่ำกว่าแบบลอน หากรั่วเพียงจุดเดียวต้องทิ้งทั้งผืน และมักทำความสะอาดยากเนื่องจากมีซอกหลืบเยอะ

ที่นอนยางพารา

4. ที่นอนยางพารา (Latex Mattress)

เน้นความเป็นธรรมชาติ และความทนทาน

ข้อดี: ยืดหยุ่นสูง ระบายอากาศได้ดี (ถ้าเป็นยางพาราฉีดขึ้นรูป)

ข้อเสีย: น้ำหนักมาก (ประมาณ 20-30 kg) ทำให้เคลื่อนย้ายลำบาก ทำความสะอาดยาก และหากไม่ใช่เกรดการแพทย์อาจจะ “แข็ง” เกินไปจนเกิดแรงกดทับที่จุดกระดูกได้

อ่านบทความ ที่นอนโฟมป้องกันแผลกดทับ ราคา คุ้มค่ากว่าที่นอนลม

ตารางเปรียบเทียบ ที่นอนสำหรับผู้ป่วยติดเตียง 4 ประเภท

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *