การจัดบ้าน และห้องนอนผู้สูงอายุ ให้น่าอยู่และปลอดภัย!

จัดห้องนอนผู้สูงอายุ

         อุบัติเหตุ พลัดตก หกล้ม เป็นอุบัติเหตุที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ส่วนหนึ่งมาจากสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง และอีกส่วนหนึ่งมาจาก สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ไม่เอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุ ดังนั้น การเตรียมที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุจึงสำคัญ เราจึงได้รวบรวมการเตรียมห้องผู้สูงอายุ ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องนั่งเล่น เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกยิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุมาให้แล้วค่ะ

จัดห้องนอนผู้สูงอายุอย่างไร? ให้ปลอดภัย

         ห้องนอนผู้สูงอายุ คือพื้นที่ที่ต้องให้ความสำคัญและใส่ใจเป็นพิเศษค่ะ เพราะห้องนอนเป็นที่ในการนอนหลับพักผ่อน และผู้สูงอายุส่วนใหญ่ มักใช้เวลาอยู่ในห้องนอนมากที่สุด โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง

         ดังนั้น ห้องนอนจึงเป็นมากกว่าพื้นที่ในการนอนหลับพักผ่อน ห้องนอนอาจเป็นห้องน้ำ เป็นห้องนั่งเล่น หรือเป็นห้องสำหรับทานอาหาร ดังนั้นห้องนอนผู้สูงอายุ จึงต้องใส่ใจในรายละเอียดมากกว่าห้องนอนทั่วไป ดังนั้นจึงควรปรับให้เหมาะสมประมาณนี้ค่ะ

จัดห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ จัดเตียงให้ผู้สูงอายุ

1. ตำแหน่งและพื้นที่ในห้องนอนผู้สูงอายุ

         ห้องนอนผู้สูงอายุที่เหมาะสม ควรตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างของบ้าน เพื่อที่ผู้สูงอายุจะได้ไม่ต้องเดินขึ้น – ลงบันไดบ่อย ๆ และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ จากการพลัดตกบันได และห้องนอนควรตั้งอยู่ใกล้ ๆ ห้องน้ำ หรือมีห้องน้ำอยู่ในห้องนอน เพื่อความสะดวกในการใช้งานของผู้สูงอายุ

         สำหรับผู้สูงอายุ 1 คน ห้องนอนควรมีพื้นที่อย่างน้อย 10 -12 ตร.ม. และหากมีผู้สูงอายุ 2 คน ควรมีพื้นที่ 16 – 20 ตร.ม. เพื่อให้มีพื้นที่เหลือ สำหรับการทำกิจกรรมงานอดิเรกต่าง ๆ  และวางอุปกรณ์ในการดูแล โดยพื้นที่ว่างรอบเตียงทั้ง 3 ด้าน ควรมีความกว้างอย่างน้อย 90 cm และมีพื้นที่สำหรับกลับรถเข็นวีลแชร์อย่างน้อง 150 cm

จัดห้องนอนผู้สูงอายุ

ห้องนอนผู้สูงอายุ ที่ปลอดภัยและมีการจัดแต่งอย่างถูกต้อง จะส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายของผู้สูงอายุอย่างแน่นอน

         เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ภายในห้องนอน ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรละเลย เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้ข้างเตียง โต๊ะข้างเตียง ควรเลือกใช้แบบที่ไม่มีเหลี่ยมแหลมคม ป้องการการได้รับบาดเจ็บจากชนค่ะ

2. เตียงนอน

         เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุแล้ว เตียงนอนที่เหมาะสมที่สุด คือ เตียงเดี่ยว เพราะจะช่วยให้การขยับพลิกตัวลงจากเตียงได้สะดวกกว่าเตียงนอนแบบคู่ ที่ผู้สูงอายุต้องใช้แรงดันตัวในการลุกจากเตียง ซึ่งอาจส่งผลให้ปวดกล้ามเนื้อได้

         โดยขนาดเตียงนอนที่เหมาะสม ควรมีความยาวอย่างน้อย 180 cm และความกว้างด้านข้างอย่างน้อย 90 cm ความสูงของเตียงที่เหมาะสม ควรอยู่ในระดับข้อพับเข่าของผู้สูงอายุ หรือระดับที่เท้าของผู้สูงอายุสามารถสัมผัสพื้นได้พอดี (ไม่เกิน 40 cm)

         และเพื่อความสะดวกและความปลอดภัย ควรติดตั้งราวกันตกข้างเตียง หรือเลือกเตียงที่มีราวกันตก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุพลัดตกเตียง และใช้เป็นที่จับในการพลิกตัว หรือพยุงตัวเวลาลุกจากเตียงได้ค่ะ

3. ประตู หน้าต่าง และพื้นผิวในห้องนองผู้สูงอายุ

         ประตูห้องนอน ควรมีความกว้างโดยประมาณ 30 – 32 นิ้ว เพื่อให้รถเข็นวีลแชร์ สามารถเข้าออกได้สะดวก ลูกบิดประตูควรใช้แบบชนิดก้านโยก เพื่อที่ผู้สูงอายุจะได้ไม่ต้องออกแรงมากในการเปิด อาจใช้เป็นประตูบานเลื่อน หรือประตูแบบผลัก และเลือกแบบที่ไม่มีรางบนพื้นป้องกันการสะดุด
         มีหน้าต่างที่สามารถมองเห็นวิวและรับแสงแดดเข้ามาภายในห้องได้ เพื่อบรรยากาศภายในห้องดูผ่อนคลาย และช่วยในการระบายอากาศ
         ภายในห้องนอนใช้โทนสีสว่าง พื้นห้องนอนควรมีพื้นผิวเรียบ ไม่ลื่น อาจติดตั้งวัสดุพื้นลดแรงกระแทก เพื่อให้ผู้สูงอายุเดินได้อย่างมั่นคง และไม่ควรมีพื้นต่างระดับหรือปูพรม เพื่อป้องกันการสะดุดหกล้ม

ห้องนอนผู้สูงอายุ มีแสงสว่าง

4. แสงสว่างในห้องนอน

         ผู้สูงอายุมักมีค่าสายตาที่พล่ามัว ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจน หลอดไฟที่ใช้ ควรเลือกที่มีแสงสว่างที่พอดี ไม่ควรเลือกใช้หลอดไฟที่มีแสงจ้าจนเกินไป ให้เลือกใช้หลอดไฟที่มีแสงนวลสบายตา และติดตั้งให้พอดีทั่วห้องนอน สวิตซ์ไฟควรอยู่ใกล้เตียงนอน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ จากการเดินไปเปิดไฟตอนกลางคืน

         การติดตั้งโคมไฟที่หัวเตียงหลายคนอาจมองว่าสะดวกกว่า แต่ในความเป็นจริง หากจะให้ผู้สูงอายุเอื้อมมือไปเปิด – ปิดไฟที่หัวเตียง ก็อาจจะไม่สะดวกนัก ไฟใต้เตียง night light bed จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี ในการดูแลผู้สูงอายุยามค่ำคืน

 5. ระบบสื่อสารใกล้มือ

         การติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารใกล้มือ ไว้ข้างเตียงนั้น จะช่วยให้ผู้สูงอายุ สามารถเรียกคนในครอบครัว หรือขอความช่วยเหลือต่าง ๆ โดยไม่ต้องเดินออกไปข้างนอกห้อง หรือตะโกนเรียก  ซึ่งอาจใช้อินเตอร์คอม เป็นตัวช่วย หรือหากผู้สูงอายุ ใช้โทรศัพท์สายตรง ก็ควรเลือกแบบที่มีปุ่มกดชัดเจนมองเห็นง่าย

ที่นอนสำหรับผู้ป่วยติดเตียง เลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับการดูแลที่บ้าน?

จัดห้องน้ำผู้สูงอายุให้ถูกต้อง ลดอุบัติเหตุ

        ห้องน้ำเป็นสถานที่ ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ ที่มีสภาพร่างกายเสื่อมถอย ทำให้มักหกล้มได้ง่าย และเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในห้องน้ำ ควรปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมดังนี้

1. ประตูและพื้นห้องน้ำ

          พื้นห้องน้ำ ความกว้างของห้องน้ำ ควรอยู่ที่ 1.5 – 2 ตารางเมตร โดยประมาณ พื้นอยู่ในระดับเดียวกันกับพื้นด้านนอก ไม่มีพื้นที่ต่างระดับ วัสดุปูพื้นไม่มันวาว มีความหยาบระดับหนึ่ง เพื่อป้องกันการลื่น พื้นและผนังมีเฉดสีที่ต่างกันอย่างชัดเจน

          ประตูห้องน้ำ ประตูควรมีความกว้างอย่างน้อย 90 cm ควรใช้ประตูแบบบานเลื่อน หรือเปิดออก เมื่อเกิดอุบัติเหตุ จะได้เข้าช่วยเหลือทัน และลูกบิดของประตู ควรเป็นแบบก้านโยก เพื่อที่ผู้สูงอายุ จะได้ไม่ต้องออกแรงมากในการบิดจับ เพื่อเปิดประตู

จัดห้องน้ำผู้สูงอายุ

2. พื้นที่บริเวณที่ใช้อาบน้ำ และอุปกรณ์ที่ใช้

         เก้าอี้นั่งอาบน้ำ เนื่องจากผู้สูงอายุ ไม่สามารถยืนได้นาน เก้าอี้อาบน้ำ จึงเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่จำเป็น เก้าอี้อาบน้ำ ควรเลือกแบบที่ขาเก้าอี้มีความฝืด เพื่อป้องกันการลื่นไถล มีราวจับด้านข้างเพื่อใช้ทรงตัว หรือมีพนักพิงเพื่อป้องกันผู้สูงอายุหงายหลัง

ห้องน้ำผู้สูงอายุ

  • ฝักบัว ให้ใช้แบบที่มีแรงดันน้ำต่ำ หรือสามารถปรับระดับแรงดันน้ำได้ วาล์วเปิด – ปิด เป็นแบบก้านยาว เพื่อลดการออกแรงมาก ๆ ของผุ้สูงอายุ
  • ชักโครก ครอบครัวไหนที่ยังใช้ส้วมแบบนั่งยอง ๆ ควรเปลี่ยนมาใช้แบบชักโครกแทน เพื่อความสะดวกและปลอดภัยต่อผู้สูงอายุ และควรติดตั้งราวจับ บริเวณด้านข้างของชักโครกเพื่อให้ผู้สูงอายุ ใช้ทรงตัวในการลุก

วิธีจัดห้องครัวให้ถูกต้อง ป้องกันความเสี่ยง

         แม้ในบ้านที่มีผู้สูงอายุ ลูกหลานอาจเป็นห่วงและไม่อยากให้ท่านต้องทำงานหนักหรือหยิบจับของที่เสี่ยงอันตราย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าห้องครัวยังคงเป็นพื้นที่โปรดที่ผู้สูงอายุอยากเข้าไปใช้งานอยู่เสมอ เพราะได้เคลื่อนไหวร่างกายพร้อมทำอาหาร และได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว

         ดังนั้นเพื่อให้พวกเขาปลอดภัยเราจึงจำเป็นต้องออกแบบห้องครัว เพื่อให้ผู้สูงอายุยังสามารถเข้าครัวได้อย่างสบายใจ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้มากที่สุด ดังนั้นควรปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมดังนี้ค่ะ

วิธีการจัดห้องครัวผู้สูงอายุ

1. ทางเดินโปร่งและโล่ง

         จำเป็นต้องทำให้ห้องครัวกว้างค่ะ ขยายพื้นที่ทางเดินโดยประมาณอย่างน้อย 36 นิ้ว เพื่อการเดินเหินสะดวกและรองรับการใช้ไม้เท้าหรือรถเข็นค่ะ

2.ปรับระดับความสูงที่เหมาะสม

         เคาน์เตอร์และอ่างล้างจาน สำหรับผู้สูงอายุที่มีส่วนสูงเฉลี่ย ควรปรับลดความสูงเคาน์เตอร์ลงมาอยู่ที่ 80-85 เซนติเมตร (ต่ำกว่ามาตรฐานทั่วไปเล็กน้อย) เพื่อให้สามาระยืนหรือนั่งทำอาหารได้ตามสะดวก และลดภาระหลังและเข่าค่ะ

  • หากใช้รถเข็น ควรลดความสูงลงเหลือ 65-70 ซม. และเปิดช่องว่างด้านล่านเคาน์เตอร์กว้างประมาณ 80 ซม. เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถสอดเข่าและสามารถเอารถเข็นเข้าไปทำงานได้ถนัดค่ะ

3. มุมนั่งเตรียมอาหาร

         ควรเพิ่มมุมสำหรับเตรียมอาหาร เพราะการเดินเหินของผู้สูงอายุอาจไม่ค่อยสะดวก และไม่สามารถยืนได้นานได้ ดังนั้นควรจัดเตรียมพื้นที่สำหรับมุมนั่งเตรียมอาหารด้วยค่ะ ซึ่งสามารถจัดมุมที่นั่งที่มีความสูงประมาณ 45-50 ซม. สำหรับนั่งปอกเปลือกหรือเตรียมวัตถุดิบ

การจัดครัวผู้สูงอายุ

4. จัดวางของให้หยิบจับสะดวก

         จำเป็นต้องจำวางไว้ในระดับเอว และติดตั้ง ชั้นวางแบบดึงออกได้ เพื่อเข้าถึงสิ่งของได้โดยไม่ต้องก้มหรือเขย่ง จนเสี่ยงต่อการส่งตัวค่ะ

5. การเก็บรายละเอียดเพื่อความปลอดภัย

         บริเวณขอบโต๊ะหรือมุมเคาน์เตอร์ครัวที่มีความหลอมคม จำเป็นอย่างมากในการติดตั้งการป้องกันแรงกระแทก เช่น เส้นยาง โฟม เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของผู้สูงอายุ

  • ควรแยกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ออกจากโซนอาหารอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการหยิบผิด
  • ควรเก็บของมีคมอย่างเป็นระเบียบ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุขณะหยิบใช้งาน

 วิธีจัดห้องนั่งเล่นให้ผู้สูงอายุอย่างปลอดภัย

         ห้องนั่งเล่นถือเป็นจุดศูนย์กลางของการใช้ชีวิตภายในบ้าน จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ควรให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยเป็นพิเศษ เพราะเป็นบริเวณที่ผู้สูงอายุมักใช้งานบ่อย ทั้งการพักผ่อน ทำกิจกรรม หรือใช้เวลาร่วมกับคนในครอบครัว มาดูกันค่ะว่าจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอะไรบ้างให้เหมาะสม

ห้องนั่งเล่นสำหรับผู้สูงอายุ จัดอย่างไร

1. การจัดการพื้นและทางเดิน

         พื้นและทางเดินภายในห้องนั่งเล่นเป็นจุดสำคัญที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้สูงอายุโดยตรง ควรเลือกใช้วัสดุปูพื้นที่ไม่ลื่นและควรเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่น สามารถซับแรงกระแทกได้ดี เช่น กระเบื้องยางลดแรงกระแทก เพื่อลดความรุนแรงหากเกิดการหกล้ม

         นอกจากนี้ การจัดระเบียบพื้นที่ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ควรหลีกเลี่ยงการวางสิ่งของเกะกะบนพื้น และจัดเก็บสายไฟให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันการสะดุดล้มที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายค่ะ

2. การเลือกและจัดวางเฟอร์นิเจอร์

          การเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องนั่งเล่นของผู้สูงอายุควรคำนึงถึงความสบายและความปลอดภัยเป็นหลักค่ะ โซฟาหรือเก้าอี้ไม่ควรนุ่มจนเกินไป มีความสูงพอประมาณ 40-45 ซม. เพื่อการลุกนั่งที่สะดวก ลดอาการปวดหลัง ลดความเสี่ยงการลื่นล้ม เฟอร์นิเจอร์ควรมีความมั่นคง ไม่โยกหรือเคลื่อนที่ง่าย โดยควรหลีกเลี่ยงแบบที่มีล้อ

          รวมถึงเลือกดีไซน์ที่ไม่มีมุมแหลมเพื่อลดอันตรายจากการกระแทก อีกทั้งควรมีพนักพิงและที่วางแขนที่จับถนัดมือ เพื่อช่วยพยุงตัวเวลาใช้งาน และควรจัดพื้นที่ว่างภายในห้องไว้สำหรับทำกิจกรรมเบา ๆ เช่น งานอดิเรกที่ช่วยผ่อนคลาย

การจัดห้องนั่งเล่นสำหรับผู้สูงอายุ

3. ระบบแสงสว่าง และสวิตช์ไฟ

         สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือการมีแสงสว่างที่เพียงพอค่ะ เพื่อการมองเห็นให้ชัดเจน ลดความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ และในส่วนของสวิตซ์ไฟ ควรติดตั้งให้ในตำแหน่งที่เอื้อมถึงได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องเขย่งหรือหากเป็นผู้สูงอายุที่ต้องนั่งรถเข็น ต้องเอื้อมมือเปิดได้อย่างสะดวกค่ะ

4. การสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

         บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นก็มีผลต่อสุขภาพจิตของผู้สูงอายุเช่นกัน ควรจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้สามารถมองเห็นวิวภายนอกผ่านหน้าต่างได้ในระดับสายตา เพื่อช่วยให้รู้สึกโปร่ง โล่ง และไม่อึดอัด

         รวมถึงช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การตกแต่งผนังด้วยภาพถ่ายครอบครัวหรือภาพความทรงจำที่มีความหมาย ยังช่วยสร้างความอบอุ่นและส่งเสริมความรู้สึกทางบวก ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีความสุขและผูกพันกับพื้นที่ภายในบ้านมากยิ่งขึ้น

สรุป จัดบ้านและห้องนอนผู้สูงอายุอย่างไร? ให้ปลอดภัยในทุกวัน

         การจัดบ้านและห้องนอนผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ความแข็งแรง การทรงตัว และการมองเห็นย่อมลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย การออกแบบพื้นที่จึงควรเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก ทั้งการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มั่นคง พื้นที่ไม่ลื่น ไม่มีสิ่งกีดขวาง รวมถึงมีแสงสว่างเพียงพอ และอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานสะดวกค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *